ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- 1ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง แต่ได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
- 2สิทธิลากิจขั้นต่ำตามกฎหมายคือ 3 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้าง
- 3วันหยุดพักผ่อนประจำปีหรือลาพักร้อนมีสิทธิขั้นต่ำ 6 วันทำงานต่อปี เมื่อทำงานครบ 1 ปี
- 4กฎหมายปี 2569 เพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 120 วัน และเพิ่มสิทธิลาช่วยเหลือคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน
- 5พนักงานทดลองงานมีสิทธิลาป่วยและลากิจตามกฎหมายเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป
สิทธิการลาตามกฎหมายแรงงาน: พื้นฐานที่ลูกจ้างและนายจ้างต้องทราบ
การเข้าใจสิทธิการลาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งลูกจ้างในการรักษาสิทธิของตนเอง และนายจ้างในการบริหารจัดการองค์กรให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยในปี 2569 มีการอัปเดตสิทธิการลาที่ครอบคลุมถึงความจำเป็นด้านครอบครัวมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตการทำงานในปัจจุบัน
สรุปประเภทและเงื่อนไขการลาตามกฎหมายแรงงาน
กฎหมายแรงงานไทยกำหนดสิทธิการลาขั้นต่ำไว้เพื่อให้ลูกจ้างสามารถจัดการธุระจำเป็นหรือดูแลสุขภาพได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ลาป่วย: ลาได้เท่าที่ป่วยจริง โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี หากลาติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างมีสิทธิ์เรียกดูใบรับรองแพทย์ได้
- ลากิจ: มีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้าง
- ลาพักร้อน (วันหยุดพักผ่อนประจำปี): สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี มีสิทธิลาได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้าง
- ลาคลอด: เพิ่มสิทธิเป็นไม่เกิน 120 วันต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง โดยนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ไม่เกิน 60 วัน
- ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสคลอดบุตร: สิทธิใหม่ปี 2569 ลาได้ไม่เกิน 15 วันต่อการคลอดหนึ่งครั้ง (ใช้ภายใน 90 วันหลังคลอด) โดยได้รับค่าจ้าง
- ลาดูแลบุตรกรณีพิเศษ: ลาต่อเนื่องจากการลาคลอดได้อีกไม่เกิน 15 วัน หากบุตรมีภาวะเจ็บป่วยหรือพิการ โดยได้รับค่าจ้าง 50%
- ลาเพื่อรับราชการทหาร: ลาได้ตามจำนวนวันที่ทางการทหารเรียก (ฝึกวิชาทหาร/ทดสอบความพรั่งพร้อม) โดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 60 วันต่อปี
- ลาเพื่อทำหมัน: ลาได้ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดและออกใบรับรอง โดยได้รับค่าจ้าง
ข้อควรระวังในการใช้สิทธิและการบริหารจัดการ
แม้กฎหมายจะกำหนดสิทธิขั้นต่ำไว้ แต่ในทางปฏิบัติควรคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้:
- พนักงานทดลองงาน: มีสิทธิลาป่วยและลากิจตามกฎหมายเช่นเดียวกับพนักงานประจำ เนื่องจากถือเป็นลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- การลาไม่รับค่าจ้าง (Leave Without Pay): กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันขั้นต่ำไว้ การอนุญาตและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับข้อบังคับของบริษัทหรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
- การสะสมวันลา: นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันล่วงหน้าเพื่อสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปใช้ในปีถัดไปได้
ขั้นตอนเมื่อต้องการใช้สิทธิลา
เพื่อให้การลาเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่กระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร ลูกจ้างควรปฏิบัติดังนี้:
- ตรวจสอบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทเกี่ยวกับวิธีการแจ้งลาและเอกสารประกอบ
- แจ้งหัวหน้างานหรือฝ่ายบุคคลล่วงหน้าตามระเบียบของบริษัท
- หากเป็นการลาป่วยที่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมตามที่นายจ้างร้องขอ
- สำหรับสิทธิลาใหม่ (เช่น ลาดูแลบุตรหรือลาช่วยเหลือคู่สมรส) ควรเตรียมเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการยื่นลา
สรุปและข้อแนะนำระยะยาว
การรักษาสิทธิการลาตามกฎหมายไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายให้กับองค์กร นายจ้างควรทบทวนข้อบังคับการทำงานให้เป็นปัจจุบันตามกฎหมายแรงงานปี 2569 และสื่อสารให้พนักงานเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและลดข้อพิพาทในที่ทำงาน
แหล่งที่มาและเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ
บทความความรู้นี้เรียบเรียงขึ้นตามหลักบรรณาธิการของกระจ่าง โดยสังเคราะห์จากเอกสารปฐมภูมิ งานวิจัย หรือแหล่งข้อมูลอุตสาหกรรมที่เชื่อถือได้ และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องก่อนเผยแพร่
อ่านแล้วอาจอยากรู้ต่อ
พนักงานทดลองงานมีสิทธิลาป่วยและลากิจหรือไม่?
มีสิทธิครับ กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้สิทธิลูกจ้างทุกประเภท รวมถึงพนักงานทดลองงาน ในการลาป่วยและลากิจตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
ลาป่วยเกิน 30 วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างหรือไม่?
ศูนย์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง (Knowledge Cluster)
ศึกษาหัวข้อความรู้เชิงลึกเพิ่มเติมในหมวดหมู่นี้ เพื่อต่อยอดความเข้าใจและการนำไปใช้งานจริง