ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- 1ปฏิบัติสูตร 2-2-2: แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง นานครั้งละ 2 นาที และงดกินอาหารหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง
- 2ใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อทำความสะอาดซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
- 3ตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- 4เลือกใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มและยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
- 5แปรงฟันให้ถึงฟันกรามซี่ในสุดและทำความสะอาดลิ้นเพื่อลดกลิ่นปาก
การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การละเลยสุขอนามัยในช่องปากอาจนำไปสู่ปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือรอยโรคต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการบดเคี้ยวอาหาร การพูด และความมั่นใจ แต่ยังอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงในระยะยาว การสร้างสุขนิสัยที่ดีด้วยการป้องกันเชิงรุกจึงเป็นวิธีที่คุ้มค่าและทำได้ด้วยตนเอง
หลักการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยสูตร 2-2-2
กรมอนามัยแนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีด้วยสูตร 2-2-2 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทุกคนควรปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน ได้แก่:
- 2: แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (ตอนเช้าและก่อนนอน)
- 2: แปรงฟันนานครั้งละ 2 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ฟลูออไรด์ทำงานได้อย่างเต็มที่
- 2: งดกินอาหารหลังแปรงฟันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดคราบจุลินทรีย์ใหม่
นอกจากนี้ ควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และพบทันตบุคลากรเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติหรือรอยโรคที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง
ขั้นตอนการแปรงฟันให้ถูกวิธี
การแปรงฟันที่ถูกต้องช่วยกำจัดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหารได้อย่างทั่วถึง โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:
- วางแปรง: วางขนแปรงบริเวณรอยต่อระหว่างฟันกับเหงือก โดยเอียงทำมุม 45 องศา
- ขยับและปัด: ขยับขนแปรงไป-มาสั้นๆ ประมาณ 10 ครั้ง แล้วปัดขนแปรงออกจากเหงือก (ฟันบนปัดลง ฟันล่างปัดขึ้น)
- ทำซ้ำ: ทำซ้ำในตำแหน่งเดิม 3-4 ครั้ง ก่อนขยับไปตำแหน่งถัดไปจนครบทุกซี่
- ด้านบดเคี้ยว: วางแปรงบนด้านบดเคี้ยวของฟัน ถูไป-มาในแนวหน้าหลังประมาณ 10 ครั้ง
- ฟันหน้าด้านใน: วางแปรงในแนวตั้ง ใช้ปลายแปรงขยับและปัดออกทางปลายขอบฟัน
- ทำความสะอาดลิ้น: แปรงลิ้นเบาๆ เพื่อกำจัดคราบสกปรกและลดกลิ่นปาก
ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม
เพื่อให้การดูแลช่องปากมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มและมีขนาดพอเหมาะกับช่องปาก รวมถึงเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวฟัน
ข้อควรระวัง: ควรแปรงฟันให้ถึงฟันกรามซี่ในสุดซึ่งเป็นจุดที่เกิดฟันผุได้ง่าย และเน้นทำความสะอาดฟันล่างด้านใน (ด้านลิ้น) เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มักแปรงไม่ถึงจนเกิดหินปูนสะสมได้ง่าย นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน หรือเมื่อขนแปรงเริ่มบาน และควรบ้วนน้ำเพียงเล็กน้อยหลังแปรงฟัน เพื่อให้ฟลูออไรด์ยังคงเคลือบฟันอยู่
การหมั่นสังเกตความผิดปกติในช่องปากด้วยตนเองควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ช่วยลดความรุนแรงของโรคและรักษาฟันแท้ให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด