ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- 1ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ที่จ่ายเงินสมทบครบ 12 เดือนภายใน 36 เดือน มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตร 1,000 บาทต่อเดือน
- 2สิทธิครอบคลุมบุตรชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่อายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ โดยใช้สิทธิได้คราวละไม่เกิน 3 คน
- 3สามารถยื่นเรื่องได้ผ่านเว็บไซต์ประกันสังคมหรือยื่นเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ
- 4การรับเงินจะโอนเข้าบัญชีธนาคารหรือผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้ประกันตนโดยตรง
- 5สิทธิจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อบุตรอายุครบ 6 ปี บุตรเสียชีวิต หรือผู้ประกันตนสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน
เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมคืออะไร
เงินสงเคราะห์บุตรเป็นสิทธิประโยชน์ที่สำนักงานประกันสังคมมอบให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร โดยมีผลปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือนต่อบุตรหนึ่งคน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป โดยผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิได้คราวละไม่เกิน 3 คน จนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
สรุปเงื่อนไขและเช็กลิสต์ความปลอดภัยของสิทธิ
- สถานะผู้ประกันตน: ต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39
- เงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบ: จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
- คุณสมบัติบุตร: ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (ยกเว้นบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น) อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์
- การรับเงิน: โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตนผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีธนาคารที่กำหนด
ขั้นตอนการยื่นขอรับเงินสงเคราะห์บุตร
ผู้ประกันตนสามารถเลือกยื่นเรื่องได้ 2 ช่องทางหลัก ดังนี้:
1. ยื่นผ่านระบบออนไลน์ (e-Self Service)
- เข้าสู่เว็บไซต์ www.sso.go.th และเข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชน
- เลือกเมนู “ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนด้วยตนเอง (e-Self Service)”
- เลือกเมนู “ขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุน”
- เลือกหัวข้อ “สงเคราะห์บุตร”
- กรอกข้อมูลตามระบบและอัปโหลดไฟล์เอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
2. ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม
ผู้ประกันตนสามารถกรอกแบบฟอร์ม สปส. 2-01 พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาที่สะดวก (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข) หรือยื่นผ่านทางไปรษณีย์
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำขอ
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม (สปส. 2-01)
- สำเนาสูติบัตรของบุตร (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก (ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอ)
- กรณีผู้ประกันตนชายใช้สิทธิ: ต้องแนบสำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่าพร้อมบันทึกแนบท้าย หรือสำเนาทะเบียนรับรองบุตร หรือสำเนาคำพิพากษาของศาลให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
- กรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล: ให้แนบสำเนาเอกสารใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
- กรณีผู้ประกันตนต่างชาติ: ใช้สำเนาบัตรประกันสังคมและสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
ข้อควรระวังและการสิ้นสุดสิทธิ
สิทธิการรับเงินสงเคราะห์บุตรจะสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้:
- บุตรมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
- บุตรเสียชีวิต
- ยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
- ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องทุกฉบับ และควรเตรียมเอกสารต้นฉบับไว้เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่หากมีการร้องขอ
แหล่งที่มาและเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ
บทความความรู้นี้เรียบเรียงขึ้นตามหลักบรรณาธิการของกระจ่าง โดยสังเคราะห์จากเอกสารปฐมภูมิ งานวิจัย หรือแหล่งข้อมูลอุตสาหกรรมที่เชื่อถือได้ และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องก่อนเผยแพร่
อ่านแล้วอาจอยากรู้ต่อ
เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมได้รับเดือนละเท่าไหร่
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 สามารถใช้สิทธิได้ทั้งคู่หรือไม่
ศูนย์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง (Knowledge Cluster)
ศึกษาหัวข้อความรู้เชิงลึกเพิ่มเติมในหมวดหมู่นี้ เพื่อต่อยอดความเข้าใจและการนำไปใช้งานจริง