รายละเอียดข่าวฉบับเต็ม
เนื้อหาข่าวฉบับสมบูรณ์ พร้อมบริบทและข้อมูลเชิงลึก
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2.7% โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 85.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 90.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โจมตีแท่นยิงจรวดบนเกาะลารักของอิหร่านเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งแรกในรอบ 1 เดือน ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่จะทำลายเกาะคาร์กซึ่งเป็นสถานีส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่ากำลังการกลั่นน้ำมันทั่วโลกกำลังตึงตัวจากการโจมตีโรงกลั่นในตะวันออกกลางและรัสเซีย ขณะที่สถาบันการเงินอื่นๆ มีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับแนวโน้มราคาในอนาคต โดยบางแห่งคาดการณ์ว่าราคาอาจลดลงหากสถานการณ์ขนส่งฟื้นตัว