ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- 1ลูกจ้างชายมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสคลอดบุตรได้ 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน
- 2ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดบุตรแล้ว สามารถลาต่อเนื่องเพื่อดูแลบุตรที่เจ็บป่วยได้อีก 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 50%
- 3การลากิจเพื่อพาบุตรหรือพ่อแม่ไปหาหมอเป็นสิทธิที่ลูกจ้างทำได้ตามกฎหมาย โดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี
- 4การใช้สิทธิลาทุกประเภทควรมีการแจ้งล่วงหน้าและเตรียมใบรับรองแพทย์ให้พร้อมตามเงื่อนไขของกฎหมายและระเบียบบริษัท
ในยุคที่คนวัยทำงานต้องรับบทบาททั้งการเป็นพนักงานและสมาชิกในครอบครัว การเข้าใจสิทธิการลาตามกฎหมายแรงงานถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเวลาและดูแลบุคคลอันเป็นที่รักได้อย่างถูกต้องตามระเบียบของสถานประกอบการและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สิทธิการลาเพื่อดูแลครอบครัวตามกฎหมายแรงงานฉบับล่าสุด
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 ได้มีการปรับปรุงสิทธิการลาเพื่อสนับสนุนการดูแลครอบครัว ดังนี้:
- ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสคลอดบุตร: ลูกจ้างมีสิทธิลาได้ไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 100% ตลอดระยะเวลาที่ลา สามารถใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลา และต้องใช้สิทธิภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร
- ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร: ลูกจ้างหญิงที่ใช้สิทธิลาคลอดบุตรแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีความพิการ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบการลา และได้รับค่าจ้างในอัตรา 50% ของค่าจ้าง
- ลากิจธุระอันจำเป็น: ลูกจ้างมีสิทธิลากิจเพื่อจัดการธุระที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การพาบุตรหรือพ่อแม่ไปพบแพทย์ โดยกฎหมายกำหนดให้ลาได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้าง
สรุปประเด็นและเช็กลิสต์ความปลอดภัยในการใช้สิทธิ
- ตรวจสอบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทว่ามีการระบุขั้นตอนการแจ้งลาที่ชัดเจนหรือไม่
- การลาทุกประเภทควรแจ้งล่วงหน้าตามระเบียบของบริษัท เพื่อให้การบริหารงานภายในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น
- กรณีลาเพื่อดูแลบุตรที่เจ็บป่วยหรือลาคลอด ควรเตรียมใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันให้พร้อมเพื่อใช้ประกอบการลาและรับสิทธิค่าจ้าง
- การลากิจเพื่อพาครอบครัวไปหาหมอเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ควรสื่อสารกับนายจ้างให้ชัดเจนถึงเหตุผลและความจำเป็น
ขั้นตอนการใช้สิทธิและการเตรียมตัวของลูกจ้าง
เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่น ลูกจ้างควรปฏิบัติดังนี้:
- วางแผนล่วงหน้า: ตรวจสอบนัดหมายแพทย์หรือกำหนดการที่จำเป็น และแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าตามระเบียบของบริษัท
- เตรียมเอกสาร: หากเป็นการลาที่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ (เช่น ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร) ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
- สื่อสารอย่างโปร่งใส: ในกรณีลากิจเพื่อดูแลครอบครัว การแจ้งเหตุผลที่ชัดเจนจะช่วยให้นายจ้างเข้าใจและอนุมัติการลาได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่ต้องทำเมื่อต้องการใช้สิทธิลา
หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิลาเพื่อดูแลครอบครัว ให้ดำเนินการดังนี้:
- ตรวจสอบระบบการลาของบริษัท (เช่น ระบบ HR Online หรือการยื่นใบลา)
- แจ้งหัวหน้างานหรือฝ่ายบุคคลล่วงหน้าตามระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
- หากเป็นการลาที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับค่าจ้าง (เช่น ลาช่วยเหลือคู่สมรส) ให้ตรวจสอบว่ามีการบันทึกประเภทการลาในระบบอย่างถูกต้องเพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเอง
สรุปและข้อแนะนำระยะยาว
การรักษาสมดุลระหว่างงานและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ การใช้สิทธิลาตามกฎหมายอย่างถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณดูแลครอบครัวได้อย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง ทั้งนี้ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอยู่เสมอ เพื่ออัปเดตสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
แหล่งที่มาและเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ
บทความความรู้นี้เรียบเรียงขึ้นตามหลักบรรณาธิการของกระจ่าง โดยสังเคราะห์จากเอกสารปฐมภูมิ งานวิจัย หรือแหล่งข้อมูลอุตสาหกรรมที่เชื่อถือได้ และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องก่อนเผยแพร่
อ่านแล้วอาจอยากรู้ต่อ
ลูกจ้างชายมีสิทธิลาเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตรได้กี่วัน?
ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 100% ตลอดระยะเวลาที่ลา
กรณีบุตรเจ็บป่วย ลูกจ้างหญิงสามารถลาเพิ่มได้หรือไม่?
ศูนย์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง (Knowledge Cluster)
ศึกษาหัวข้อความรู้เชิงลึกเพิ่มเติมในหมวดหมู่นี้ เพื่อต่อยอดความเข้าใจและการนำไปใช้งานจริง